Untitled Document
 
 
 
 
• เรื่องของปริม 2 •

หลังจากพักได้ประมาณ 2 ชั่วโมง แม่ก็ได้ขึ้นมาพักบนห้อง ก่อนขึ้นมาบุรุษพยาบาลที่เข็นเตียงถามว่า อยากแวะดูหนูก่อนขึ้นมั้ย แม่บอกว่าอยากดู แม่อยากจะอุ้มหนู อยากจะกอด อยากจะหอมหนูมาก แต่ทำได้แค่เกาะกระจกอยู่ด้านนอก พอขึ้นมาบนห้อง ป๊ารอแม่อยู่แล้ว ป๊าเข้ามาปลอบแม่เหมือนเดิมว่า “ไม่เป็นไรนะ ยังไงเค้าก็เป็นลูกเรา เราต้องเลี้ยงเค้าให้ดีที่สุด ป๊าดีใจที่อย่างน้อยหนูก็ได้มาอยู่กับเรา ดีกว่าไปเกิดกับคนอื่นที่รับไม่ได้” ป๊าบอกแม่ว่านี่อาจเป็นบททดสอบจากสวรรค์ก็ได้

 

แม่ดีใจที่ป๊าเข้มแข็ง แม่ยอมรับว่าแม่เสียใจ ทำอะไรไม่ถูก แม่เสียใจที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง แต่แม่ร้องไห้ไม่ได้ แม่ไม่อยากให้ป๊าเห็นว่าแม่เสียใจ แม่กลัวป๊าจะอ่อนแอตามแม่ ถ้าแม่ท้อ ใครหละจะดูแลหนู จะสู้ไปกับหนู ไหนๆแม่ก็สู้เพื่อหนูมาตลอดตั้งแต่แม่มีอาการคลอดก่อนกำหนดคุกคาม

 

อากง อาม่า รีบมาหาเราที่รพ แม่จำได้อากงเข้ามากอดแม่แล้วบอกว่า “ไม่เป็นไรนะ เราเลี้ยงได้ ไม่เป็นไร”  แต่อากงน้ำตาคลอ แม่ทำให้อากง อาม่า คุณตา คุณยาย ผิดหวัง หนูเป็นหลานคนแรกของครอบครัวเลย แต่ผิดคาด ที่คนกำลังใจดีหมด ดูจะมีคุณตาคนเดียวที่ยังทำใจไม่ค่อยได้ แต่ไม่มีใครตำหนิแม่เลย อาม่ารีบไปไหว้เจ้าขออย่าให้หนูเป็นอะไรไปมากกว่านี้

 

ตอนเย็นนอกจากญาติพี่น้องมาเต็มห้องแล้ว เพื่อนสนิทแม่กับป๊าทุกคนที่อยู่เมืองไทยก็มากันครบ ทุกคนรู้เรื่องหมด เพื่อนป๊าโกรธมาก จะไปต่อว่าหมอ แต่ป๊าบอกว่ามันไม่ใช่ความผิดของใคร แต่มันคือโชคชะตา

เรื่องของปริม 2

คืนนั้นแม่นอนแทบไม่ได้ นอกจากมีไข้ต่ำๆแล้ว พอแม่เคลิ้มหลับ ก็จะสะดุ้งขึ้นมาตลอด เป็นอย่างนั้นอยู่ 5-6 ที ตอนแรกแม่นึกว่าผีหลอก แต่ลืมตามาดู ก็ไม่มีอะไร ร่างกายมันเป็นไปเอง แม่เลยเรียกป๊า ป๊าบอกว่าแม่คิดไปเอง ป๊าเลยมานอนจับมือกับแม่ และก็พบว่าแม่สะดุ้งตลอดเวลาจริงๆ ร่างกายแม่คงเครียดไปด้วยมั้ง

 

ตั้งแต่ได้เห็นหนูที่ห้องแรกคลอด แม่ก็ไม่ได้เจอหนูอีกเลยจนถึงเย็นอีกวันนึง คุณหมอกลัวแม่ทำใจไม่ได้ เลยไม่อยากให้เห็น ตอนเช้าตรู่ คุณหมออนงค์รีบมาหาแม่ คุณหมอบอกว่าอยากจะคุยกับแม่ตั้งแต่เมื่อวานแต่กลัวแม่ยังรับไม่ได้ คุณหมอกลับไปดูผล Triple Test  อย่างละเอียด ผลก็ยังเป็นเหมือนเดิม คือไม่มีอะไรผิดปกติ แต่แม่คิดว่า ไม่มีอะไรที่มัน 100% หรอก หนูคงเป็น 1% ที่มันคลาดเคลื่อน หน้าตาคุณหมอเป็นกังวลและเป็นห่วงแม่มาก

เรื่องของปริม 2

ซักพักคุณหมออรดีก็มาหาแม่ คุณหมอบอกว่าค่อนข้างแน่ใจที่หนูจะเป็น Down’s Syndrome คุณหมอพยายามให้คำแนะนำผสมกับคำปลอบใจ คุณหมอบอกแม่ว่า ตอนแรกที่เรียกป๊าออกไป คุณหมอไม่ให้ป๊าบอกแม่ เพราะไม่อยากให้แม่รู้ กลัวแม่มีอาการหดหู่หลังคลอด แต่ป๊ายืนยันว่าต้องบอกแม่ให้ได้ เพราะเราต้องสู้ไปด้วยกัน ยิ่งทำใจได้เร็ว ลูกก็จะได้รับโอกาสเร็วขึ้น ซึ่งแม่ยอมรับว่าป๊าคิดถูก แม่คงรับไม่ได้ ถ้าทุกคนปิดแม่ คุณหมอยังบอกแม่ว่า ถ้าอยากร้องไห้ก็ให้ร้องออกมาเลย จะไปร้องในห้องน้ำก็ได้ ไม่ต้องอาย แต่แม่ไม่รู้สึกว่าต้องร้อง ก็มันไม่มีน้ำตาออกมาหนิจ๊ะ อีกอย่างลูกแม่น่ารักมากๆเลย แค่เห็นหนูแม่ก็รู้สึกมีความสุขมากๆแล้ว

 

กว่าแม่จะได้เจอหนูก็เย็นอีกวัน แม่ต้องลงไปหาหนูที่ NICU ที่ชั้น 3 ที่จริงหนูก็แข็งแรงดีไม่มีอะไร แต่คุณหมอหวังดี ไม่อยากให้ใครมาเห็นแล้ววิจารณ์หนู คุณหมอบอกว่าอยู่ชั้น 3 หนะดีแล้ว ใกล้หมอด้วย เวลาให้นมแทนที่แม่จะให้หนูที่ชั้น 6 เหมือนแม่ๆคนอื่น แม่ก็ไปหาหนูที่ชั้น 3 แทน เวลาดึกๆ แม่ลงไปไม่ไหว ก็ต้องไปปั๊มนมเก็บให้หนู น้ำนมแม่ก็มาเยอะมาก ไหลทิ้งไปเยอะเลย

เรื่องของปริม 2

ปัญหามาอีกรอบ หนูตัวเหลือง ต้องฉายไฟ น่าสงสารจัง เหมือนย่างหมูเลย ต้องพลิกไปพลิกมาด้วย ถึงจะแค่วันเดียว หนูก็คล้ำไปเยอะเลย

 

ปัญหาสำคัญของแม่คือ หนูไม่ยอมดูดนมจากหน้าอกแม่ หนูเอาแต่นอน ทำยังไงก็ไม่ยอมกิน จนแม่ท้อ พี่พยาบาลก็เลยช่วยด้วยการป้อนนมจากขวดแทน ซึ่งมันก็ไม่ได้ง่ายเหมือนกัน เพราะหนูไม่ยอมตื่นมากิน แม่ไม่อยากกลับบ้านเลย เพราะไม่มั่นใจว่าจะเลี้ยงหนูได้ เพราะธรรมชาติของหนูจะไม่ค่อยมีแรงดูดนม แถมยังตัวอ่อนอีก แม่เลยขอหมออยู่อีกอาทิตย์นึง เพื่อซ้อมมือในการทำกิจกรรมของหนูทุกอย่าง

เรื่องของปริม 2

และแล้ววันที่ออกจากรพ ก็มาถึง อากงมารับป๊า แม่ และหนู กลับบ้าน ภาระกิจต่างๆของแม่คงจะเริ่มต้นอย่างจริงจังแล้ว ตั้งแต่วันนี้  

 

สิ่งที่แม่กลัวก็เป็นความจริง หนูกินนมยากมาก กินทีละนิดเดียว แม่ต้องป้อนนมหนูแทบจะทุก 2 ชมเวลากินนมก็จะกินช้ามากๆต้องกระตุ้นตลอดเวลาป้อนทีอย่างต่ำครึ่งชั่วโมง เลย หนูเลี้ยงง่ายมาก ยกเว้นเรื่องกินนม เรื่องเดียวจริงๆ เคยมีหนนึงที่หนูไม่ยอมกิน 8 ชม แม่ไม่รู้จะทำไง เลยต้องมารพ พอคุณหมอลองป้อนนม หนูกลับดูดจุ๊บจุ๊บหน้าตาเฉย กวนแต่เด็กเลยนะลูก

 

ผ่านไป 2 เดือน ใกล้เวลาที่แม่ต้องกลับไปทำงานแล้ว เวลา 2 เดือนที่ผ่านมาแม่มีความสุขมากๆเวลาที่มองดูหนู ดูทุกคนในบ้านก็มีความสุข ถึงหนูจะไม่ค่อยขยับตัวแต่แค่หนูลืมตาแล้วยิ้ม ทุกคนก็จะดีใจแล้วก็จะแย่งกันอุ้มหนู เนื่องจากแม่จะต้องไปทำงาน แม่จึงต้องหาพี่เลี้ยง  แม่สุ่มโทรไปศูนย์จัดหาพี่เลี้ยง แล้วก็ตรงดิ่งไปสัมภาษณ์ที่นั่นเลย โชคดีที่มีคนจบ case มาหลายคน แม่เลยได้มีโอกาศเลือก ในที่สุดแม่ก็ได้พี่หลินมา ซึ่งปัจจุบันก็อยู่ด้วยกันมาเกือบ 5 ปีแล้ว

 

มีคนสงสัยว่าทำไมแม่ไม่ลาออกจากงานมาดูแลหนูเต็มตัว ตอนแรกแม่ก็ตั้งใจอย่างนั้น แต่คุณหมออรดีแนะนำว่า ไม่ควร เพราะแม่จะหดหู่ ถ้าแม่ออกไปทำงาน แม่จะได้มีสังคมเอาไว้ผ่อนคลายบ้าง แม่จำได้ว่าคุณหมอยังถามอีกว่า มีตั้งความหวังไว้กับหนูยังไง แม่ตอบว่า แม่จะต้องเลี้ยงหนูให้ดีที่สุด ให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่เป็นภาระของใคร และ มีก็อยากจะมีหนูคนเดียว เพื่อที่จะได้มีคุณภาพที่สุด ซึ่งคุณหมอบอกว่าผิด แม่ต้องมีน้องให้หนูอีก เพราะน้องจะช่วยหนูได้มาก ทั้งด้านพัฒนาการ และจะดูแลหนูแทนถ้าแม่กับป๊าไม่อยู่แล้ว ถูกของคุณหมอทุกอย่าง ทั้งเรื่องทำงานและมีน้องให้หนู

 

ก่อนแม่ไปทำงานแม่ได้ปรึกษากับคุณหมอเรื่องการกระตุ้นพัฒนาการหนู คุณหมอยังไม่แนะนำเพราะธรรมชาติของหนูจะเป็นโรคง่าย กะรอว่าอายุประมาณ 6 เดือนค่อยเริ่มก็ยังไม่สาย วันนึงคุณยายโทรมาหาแม่ ให้แม่รีบเปิดทีวีดูรายการถ่ายทอดสดรายการนึง ที่หาทุนเข้า รพ ราชานุกูล (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสถาบันราชานุกูล) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสำหรับเด็กที่มีปัญหาเรื่องสมองโดยตรง แม่รีบไปงานนี้ทันทีที่ Impact เมืองทอง จำได้ว่าเดินเข้าไปในงาน มีเด็กดาวน์เต็มไปหมด หน้าตาเหมือนกันไปหมด แต่แม่ไม่รู้จะไปถามกับใคร พอดีคุณยายเห็นพยาบาลคนนึงอยู่แถวนั้น เลยเข้าไปถาม และจัดแจงนัดให้แม่เสร็จสรรพ ให้พาไปกระตุ้นพัฒนาการที่นี่

 

พอถึงวันนัด แม่ลังเลว่าจะไปดีไม่ไปดี เพราะแม่ไม่เคยไปรพ รัฐบาลเลย แม่กลัว ไม่รู้หมอจะดุแม่มั้ย อะไรอีกต่างๆนานา แต่แม่ก็ไปจนได้

 

คุณหมอที่นี่ดีผิดคาด อธิบายปนปลอบใจแม่กับป๊าว่า ไม่ใช่ความผิดของเราสองคน ที่ทำให้ลูกเป็นอย่างนี้ ถึงจะยังพิสูจน์ไม่ได้ ว่าหนูเป็นเพราะอะไร แต่หมอก็ไม่อยากให้โทษตัวเอง คุณหมอบอกว่าถ้าอยากโทษก็ให้ไปโทษคุณยายแล้วกัน อ้าว! เพราะถ้าหนูเป็นเพราะไข่แม่ผิดปกติ มันก็เป็นตั้งแต่คุณยายแล้ว คุณยายเป็นคนให้แม่มา ไข่ในมดลูกมันมากับเราตั้งแต่เกิดแล้ว ไม่ได้มาสร้างภายหลัง ก็ดีเนอะ เหตุผลนี้จะได้ไม่โทษตัวเองดี แต่แม่ก็ไม่ได้โทษคุณยายอยู่ดี บอกแล้วมันเป็นชะตา

 

แม่กลับไปปรึกษาคุณหมอ คุณหมอก็กังวลเรื่องการเจ็บป่วยของหนู เลยให้แม่ระวังเรื่องการไปฝึกด้วยเพราะต้องคลุกคลีกับเด็กคนอื่นอาจจะป่วยได้ แต่ก็บอกข้อดีของการฝึกโดยเร็วไว้เหมือนกัน ในเมื่อมีทั้งข้อดีข้อเสีย แม่ก็เลยปรึกษากับป๊า แล้วตัดสินใจไปฝึก โดยจะระวังไม่ให้หนูอ่อนแอ

 

และแล้วลูกแม่ก็เริ่มฝึกพัฒนาการที่นี่ตอนอายุได้ 3 เดือน

เรื่องของปริม 2

เรื่องของปริม 2

เรื่องของปริม 2

เรื่องของปริม 2

เรื่องของปริม 2

เรื่องของปริม 2

เรื่องของปริม 2

เรื่องของปริม 2

เรื่องของปริม 2

เรื่องของปริม 2

เรื่องของปริม 2

เรื่องของปริม 2

เรื่องของปริม 2

เรื่องของปริม 2

 

จบวันนี้เท่านี้ก่อนนะ  ต่อภาค 3 นะคะลูก

 

 

รักหนูมากมาย

แม่

     Share

<< เรื่องของปริม 1เรื่องของปริม 3 >>


Posted on Wed 4 Apr 2007 23:43

 

 
 

เรื่องของปริม1
เรื่องของปริม2
เรื่องของปริม3
เรื่องของปริม4

สงกรานต์ที่โรงเรียน
ปัน + Beauty Tag
เปิดเทอม+ไหว้เจ้ากับม่า+Gang เด็ก
เรื่องของปริม 4
เรื่องของปริม 3
เรื่องของปริม 2
เรื่องของปริม 1
เปิด summer กับ วันเกิดน้าหนุ่ม
EI กับเด็กปากแตก
มาแปลก
เหนื่อย + Bag Tag

 

 
 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

โอโห ดีใจจังได้เห็นรู้หนูตอนเด็กๆ น้องปริมน่ารักมากๆ เลย สมกับที่คุณแม่บอกว่าหนูเป็นขวัญใจของที่บ้านนะคะ
เปา   
Mon 29 Jun 2009 14:06 [7]

อ่านไปแอบปาดน้ำตาเล็กๆ ซึ้งใจในความรักของทุกคนเลยค่ะ จะรออ่านภาค3นะคะ
นี   
Thu 5 Apr 2007 12:21 [6]

เป็นไดที่มีประโยชน์มากๆ เลยค่ะ
โกะ   
Thu 5 Apr 2007 11:44 [5]

อ่านภาค 2 จบก็ยังยืนยันคำเดิมว่าครอบครัวนี้เข้มแข็งกันทุกคนเลย

น้องปริมน้องปันโชคดีมากที่เกิดมาเป็นลูกแม่นุ่นกับพ่อเม
นันท์   
Thu 5 Apr 2007 9:42 [4]

แอบติดตามไดมานานแล้ว วันนี้อดไม่ได้ต้องขอชื่นชมผ่านตัวหนังสือ คุณนุ่นเป็นคนดีมากๆๆๆๆค่ะ น้องปริมโชคดีมากที่ได้เกิดในครอบครัวที่อบอวลไปด้วยความรักแบบนี้ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
เจี๊ยบ   
Thu 5 Apr 2007 8:40 [3]

ฝากบอกน้องปริมนะคะ ว่าหนูโชคดีมากๆๆที่เกิดมาเป็นลูกของคุณแม่ กะ ป๊า น้า


ป๊าก้อน่ารักมั่กๆๆเลย เป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุด
ตาล   
Thu 5 Apr 2007 8:32 [2]

แบบว่าแอบตามอ่านอยู่พอดีนุชชี่แนะนำให้รู้จักค่ะ ซื้อใจจังฮือแบบว่าคุณแม่แข้มแข็งเป้งกะลังใจที่ดีจังเลยเห็นน้องตอนนี้แล้ว บอกได้เลยว่าคุณแม่เก่งมาก น้องก้อเก่งมากค่ะ
ปูเป้   
Wed 4 Apr 2007 23:26 [1]