Untitled Document
 
 
 
 
• เรื่องของปริม 4 •

การหาโรงเรียนให้หนูเป็นสิ่งนึงที่แม่กับป๊าต้องคิดให้หนัก และใช้ความพยายามมาก เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะทำให้คนอื่นที่ไม่รู้จักหนูจะเชื่อมั่นและยอมรับหนูได้ และโรงเรียนก็เป็นสังคมใหม่ที่แม่ต้องเลือกดีๆ เพื่อที่หนูจะได้มีโอกาสได้เริ่มต้นสู่ลูกภายนอกด้วยความมั่นใจ เพราะถ้าแม่เลือกผิด มันอาจจะสร้างความรู้สึกที่ไม่ดี ติดอยู่ในใจหนูจนโตได้

 

ในโลกปัจจุบันนี้ คำว่า “โอกาส” สำหรับเด็กพิเศษยังมีน้อยอยู่ แม่เคยรู้สึกเรื่องนี้มาก่อน แต่ไม่นึกว่าจะต้องมาเจอและต้องหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วย แม่ว่าแม่โชคดีที่คุณตาส่งให้แม่เรียนในโรงเรียนที่ดี มีการปลูกฝังเรื่องการช่วยเหลือสังคมมาตั้งแต่เด็ก ทำให้แม่ไม่เคยรู้สึกไม่ดีที่จะรู้จักหรือให้โอกาสคนที่ด้อยกว่าในทุกๆทาง รวมถึงคนพิการด้วย การที่ทางโรงเรียนพาแม่ไปบ้านพักคนชราบางแค โรงเรียนในชุมชนแออัดคลองเตย โรงเรียนสอนคนพิการทางการได้ยินเศฐเสียร สถานรับเลี้ยงเด็กอ่อนพญาไท หรือโรงเรียนน้องที่อยู่ชายแดน ทำให้คิดว่าได้ ถึงคุณตาคุณยายจะไม่รวย แต่เราก็ยังโชคดีที่ยังมีกินมีใช้ ถึงเราจะไม่ได้เกิดมาหน้าตาสะสวย แต่เราก็ยังโชคดีกว่าคนที่พิการ มันทำให้เรารู้จักพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ด้วย

 

 ถึงแม้ว่าแม่จะไม่เคยรู้จักใครก็ตามที่มีพี่น้อง หรือ ลูกเป็นเด็กพิเศษมาก่อน แต่เวลาแม่ไปไหนแล้วเจอ แม่ก็ไม่เคยที่จะทำท่าทางรังเกียจ หรือไปจ้องมอง หรือพูดจาไม่ดีใส่เค้า หรือมองว่าเค้าเป็นของแปลก แม่ว่าเพียงแค่เราทำเหมือนกันว่าเค้าเป็นคนปกติเหมือนเราคนนึง เค้าก็รู้สึกดีแล้ว เรื่องพวกนี้พอแม่มามีหนู แม่ยิ่งเข้าใจยิ่งขึ้นว่า ขอเพียงแค่คำว่า “โอกาส” เท่านั้นที่เค้าต้องการ ซึ่งมันช่างหาได้ยากจริงๆสำหรับคนกลุ่มนี้

 

ขอโทษนะจ๊ะที่แม่นอกเรื่องอยู่นาน แม่แค่อยากบอกหนูแค่ว่าการที่เราได้มีโอกาสเริ่มต้นในสังคมที่ดี สังคมที่ดีก็จะสามารถหล่อหลอมให้เราเป็นคนดีได้บ้าง ไม่มากก็น้อยจ๊ะ

 

แม่ค่อนข้างคิดมากกับเรื่องโรงเรียนของหนู สิ่งแรกที่แม่กังวลคือ แล้วเค้าจะรับหนูเข้าเรียนเหรอ ถึงแม้ว่าทางกระทรวงศึกษาธิการจะออกกฎมาว่าให้โรงเรียนทุกโรงเรียนรับเด็กพิเศษเข้าเรียน ถ้าเด็กแสดงความต้องการ แต่ถ้าทางโรงเรียนไม่พร้อมหละ เราจะไปยัดเยียดหนูเข้าไปได้ยังไง

 

คุณหมออรดีเคยบอกแม่ว่า บางทีส่งหนูเรียนโรงเรียน Inter น่าจะดีเหมือนกัน เพราะฝรั่งเค้าไม่ได้มองว่าเด็กพิเศษเป็นอะไรที่แปลก สังคมเค้าเปิดกว้างมากกว่าสังคมไทย แม่เห็นด้วย แต่แม่ยังอยากให้หนูได้เรียนโรงเรียนหญิงล้วนแบบไทยๆตามที่แม่ได้เรียนมา ถึงแม้ความหวังจะมีน้อยนิด แม่ก็อยากจะให้หนูเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนของแม่นะจ๊ะ แม่จะลองดู

 

คราวนี้แม่ก็มาคิดถึงระบบการเรียนการสอนอีก แม่ไม่อยากให้หนูท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองเหมือนสมัยแม่กับป๊ายังเป็นเด็ก แม่อยากให้หนูเรียนโดยความเข้าใจ ไม่ใช่ครูยัดเยียดให้ พูดง่ายๆคือแม่อยากให้หนูเป็นเด็กที่รู้จักคิด รู้จักแก้ไขปัญหา เพราะถ้าหนูคิดเป็น หนูก็จะสามารถปรับตัวและเอาตัวรอดในสังคมได้

 

แม่กับป๊าใช้เวลาเกือบปีในการตระเวนดูโรงเรียนแถวบ้าน ที่แม่ต้องใช้เวลานานเพราะว่า แม่อยากแน่ใจว่าโรงเรียนจะรับปริมได้รึเปล่า แล้วโรงเรียนจะเหมาะกับหนูมั้ย

 

มีหลายโรงเรียนที่ตอบรับให้หนูเข้าเรียนได้ทันที ทั้งๆที่เค้าเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมาก แม่รู้สึกประทับใจจริงๆ สมแล้วกับการที่เค้ามีชื่อเสียงมาได้ถึงปัจจุบัน แต่ในทางกลับกัน โรงเรียนเล็กๆที่ไม่มีชื่อเสียงอะไรกลับแสดงท่าทีรังเกียจหนู ทั้งๆที่ไม่ยังได้ประเมินหนูด้วยซ้ำ แม่เสียใจจริงๆ

 

และแล้วแม่ก็คิดถึงอนุบาลมณีรัตน์ ที่นี่มีพี่พิทลูกอาเอ๊ดกะอาโอ๋เรียนอยู่ ที่โรงเรียนนี้เค้าสอนแบบ Child-Centered เน้นการเรียนการสอนแบบ Project Approach และเน้นงานศิลปะมาก  แม่ชอบการเรียนการสอนแนวนี้มาก เพราะมันจะทำให้หนูได้คิดและคิดเป็น ที่สำคัญแม่เชื่อว่างานศิลปะเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ทุกเรื่องด้วย แม่ไปคุยกับทางโรงเรียนหลายรอบมาก และทำให้รู้ว่าที่นี่มีเด็กพิเศษเรียนอยู่หลายคน แต่ก็ไม่เคยมีเด็กดาวน์เหมือนกัน หนูต้องมาให้ทางโรงเรียนประเมิน และโชคดีที่อาจารย์ที่ปรึกษาของโรงเรียนนี้เกษียณมาจากวิทยาลัยสวนดุสิต และเป็นรุ่นบุกเบิกที่นำเด็กพิเศษมาเรียนร่วมกับเด็กปกติด้วย ในที่สุดแม่ก็ตัดสินใจให้หนูเรียนที่นี่

 

แม่อยากบอกหนูว่า การที่โรงเรียนรับหนู ไม่ใช่เป็นเพราะแม่ แต่เป็นเพราะหนู หนูทำให้ทางโรงเรียนมั่นใจได้ว่าหนูจะสามารถเรียนกับเด็กปกติได้ ถึงมันจะใช้เวลานานกว่าคนอื่นเป็น 2 เท่า หรืออาจมากกว่านั้น แต่หนูจะได้ใช้ชิวิตเหมือนเด็กปกติได้

 

มีคนถามแม่บ่อยๆว่า ทำไมไม่หนูเรียนในโรงเรียนสำหรับเด็กพิเศษโดยเฉพาะ แต่แม่คิดว่าไม่จำเป็น เพราะจากการฝึกและประเมินจากทั้งราชานุกูลและบำรุงราษฎร์ คุณครูทุกคนเห็นตรงกันว่าหนูสามารถเรียนร่วมได้ และถ้าแม่ให้หนูไปเรียนโรงเรียนโดยเฉพาะจะทำให้หนูไม่มีการพัฒนาเลย เพราะธรรมชาติของเด็กดาวน์จะเลียนแบบคนที่อยู่แวดล้อม ถ้าหนูอยู่กับเด็กปกติ หนูก็จะพยายามเลียนแบบในสิ่งที่เด็กปกติเค้าทำกันด้วย

 

ในที่สุดปริมก็ได้ไปเรียนหนังสือที่อนุบาลมณีรัตน์ตอนอายุได้ 2.6 ปี ปริมต้องซ้ำ Nursery 2 ปี แต่ไม่เป็นไร แม่รับได้ พอเรียน อ1 ปริมก็เรียนได้อย่างสบาย ถึงจะมีบางเรื่องที่ไม่ทันเพื่อนบ้าง แต่ก็มีบางเรื่องที่เร็วกว่าเพื่อนบางคนซะอีก  

 

ปริมเป็นเด็กที่ชอบไปโรงเรียนมาก นอกจากนั้นปริมยังมีเรียนพิเศษหลายๆอย่างเพิ่มเติมด้วย มีทั้งรำไทย บัลเล่ย์ ศิลปะ เปียโน ว่ายน้ำ ชอบมีคนคิดว่าแม่บังคับให้หนูเรียน หารู้ไม่ว่าปริมเป็นคนขอแม่เรียนเอง จริงอยู่ที่หนูไม่มีทางรู้จักกิจกรรมพวกนี้ถ้าแม่ไม่พาหนูไปลอง แต่ถ้าหนูไม่ชอบอันไหน แม่ก็ไม่เคยบังคับให้หนูเรียนนะ ทุกกิจกรรมหนูชอบหมดและก็ทำได้ดีด้วย เห็นได้จากงานแสดงของโรงเรียนที่ผ่านมา ที่หนูทำให้แม่ภูมิใจที่สุดในโลกเลย แต่คงมีแค่ว่ายน้ำอย่างเดียวมั้ง ที่แม่บังคับให้หนูไปเรียน ก็แม่อยากให้หนูแข็งแรงนี่จ๊ะ

 

และแล้วแม่ก็มีปัญหาจนได้ ทางโรงเรียนจะให้หนูซ้ำชั้นอีกปี เพราะกลัวว่าหนูจะเครียดและตามเพื่อนไม่ทัน แต่แม่ยืนยันว่าจะให้หนูเลื่อนชั้นให้ได้  เพราะถ้าหนูเรียน อ 1 อีกปี หนูก็จะเบื่อและไม่อยากไปโรงเรียนแน่ๆ เพราะหนูทำงานของเด็ก อ 1 ได้หมดแล้ว และแม่ก็เสียดายเพื่อนๆของหนูที่อยู้ด้วยกันมาตั้งแต่ Nursery เพื่อนหนูเข้าใจหนูทุกคน ไม่มีใครรังเกียจหนูเลย ถ้าเปลี่ยนเพื่อนนี่สิ จะทำให้แม่กังวลมากกว่าเรื่องเรียนของหนูซะอีก และถ้าอยู่ อ 2 คงมีอะไรให้ท้าทายมากขึ้น การที่ได้ทำอะไรที่ท้าทายจะทำให้หนูมีการพัฒนาด้วย แต่ว่าแม่ก็คอยดูนะคะ ว่าไม่ให้มันยากจนเกินไป ในที่สุดโรงเรียนก็ให้แม่หาคนมาประกบหนูในห้องเรียน เพราะว่าการเรียนในชั้น อ 2 จะยากขึ้นมากจริงๆ แม่เลยต้องหาครูการศึกษาพิเศษมาอยู่กับหนูที่โรงเรียน  ถึงหนูจะเรียนซ้ำอ 2 อีกซักปีแม่ก็ยอมแล้วจ้า ขอให้หนูได้อยู่กับเพื่อนๆกลุ่มนี้อีกซักปีเถอะนะ

 

เดือนหน้าหนูก็จะเปิดเทอมแล้ว แม่ขอให้หนูมีความสุขกับการไปโรงเรียนเหมือนทุกวันที่เป็นอยู่นะคะ การที่หนูมีความสุขที่ได้ไปโรงเรียนทำให้แม่ดีใจมากที่คิดไม่ผิด  แม่ไม่ได้หวังจะให้หนูเรียนเก่ง แค่หวังจะให้หนูมีเพื่อนและสังคมที่ดี และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้เมื่อโตขึ้น เท่านี้เองที่แม่กับป๊าต้องการ ไม่มากเกินไปใช่มั้ยจ๊ะ

เรื่องของปริม 4

ไปโรงเรียนวันแรก หนูตัวจิ๋วเดียว

เรื่องของปริม 4

เรื่องของปริม 4

 เรื่องของปริม 4

ทำกิจกรรมในห้องกับเพื่อนๆ

เรื่องของปริม 4

เรื่องของปริม 4

เรื่องของปริม 4

ทำสมาธิก่อนเข้าเรียนตอนเช้า

เรื่องของปริม 4

ตั้งใจทำงานในห้อง

เรื่องของปริม 4

กับพี่พิท หนึ่งใน Inspiration ของแม่

เรื่องของปริม 4

สงกรานต์ใส่ชุดไทย

เรื่องของปริม 4

เรียนทำอาหาร - ข้าวผัดอเมริกัน

เรื่องของปริม 4

เสร็จแล้วต้องรับผิดชอบเองด้วย

เรื่องของปริม 4

เรื่องของปริม 4

ก่อนนอนมีสวดมนต์ - น่ารักจัง

เรื่องของปริม 4

งานกลุ่ม

เรื่องของปริม 4

เรื่องของปริม 4

เรื่องของปริม 4

เรื่องของปริม 4

เรื่องของปริม 4

เทอมแรกเรียนโครงงานเรื่องนก งานศิลปะก็เลยมีแต่นก

เรื่องของปริม 4

เรื่องของปริม 4

 

ที่เขียนมาทั้งหมดก็แค่อยากให้หนูรู้ว่าการที่เราเกิดมาแล้วรู้สึกว่าเราโชคไม่ดี จริงๆแล้วมีคนที่โชคไม่ดียิ่งกว่าเราอีกมาก การที่เราจะอยู่อย่างมีความสุขคือจงพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น และจงตั้งใจทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีที่สุด ตั้งแต่หนูเกิดมาแม่ใช้วิธีคิดแบบนี้และแม่รู้สึกดีมาก เพราะแม่รู้สึกมีความสุขที่หนูเกิดมาเป็นลูกแม่ แม่ภูมิใจในตัวหนูตลอดเวลา แม้ว่าสิ่งที่หนูทำได้จะช้ากว่าเด็กปกติ เพราะทุกๆอย่างที่หนูทำได้แม่รู้ว่าหนูตั้งใจและพยายามทำดีที่สุดแล้ว

รักหนูเสมอ

แม่จ๋า

 

ปล ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ และก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่ลูกเป็นเด็กพิเศษ รวมถึงทุกคนที่กำลังมีปัญหาด้วยค่ะ ถ้าใครอยากถามอะไร ถามได้นะคะ ยินดีตอบเสมอค่ะ

     Share

<< เรื่องของปริม 3เปิดเทอม+ไหว้เจ้ากับม่า+Gang เด็ก >>


Posted on Sun 8 Apr 2007 0:02

 

 
 

เรื่องของปริม1
เรื่องของปริม2
เรื่องของปริม3
เรื่องของปริม4

กวางเจา2
กวางเจา1
สงกรานต์ที่โรงเรียน
ปัน + Beauty Tag
เปิดเทอม+ไหว้เจ้ากับม่า+Gang เด็ก
เรื่องของปริม 4
เรื่องของปริม 3
เรื่องของปริม 2
เรื่องของปริม 1
เปิด summer กับ วันเกิดน้าหนุ่ม
EI กับเด็กปากแตก

 

 
 
 
Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

คุณแม่น้องปริมคะดิฉันได้เข้ามาอ่านเรื่องของน้องปริมโดยความบังเอินจากการที่หาจากgoogoleทำให้มาเจอเรื่องน้องเค้า ไม่รู้ว่าแนะนำคุณแม่ดีไหม ดิฉันทำงานอยู่สาบันเด็กแห่งชาติเพื่อการพัมนาเด้กและครอบครัวที่นี้มีการฝึกฝนเด้กที่เป้นแบบน้องปริม ที่เรียกว่า ฟลอร์ไทม์ ที่เป็นการฝึกฝนเด้กอย่างน้องปริมให้ใช้ชีวิตอยู่ได้บนโลกใบนี้ ลองเค้าไปดูที่ เวปนี้ดูนะคะเพื่อมีประโยชน์กับคุณแม่น้องปริม www.cf.mahidol.ac.th แล้วเข้าหัวข้อ flootime ฟลอร์ไทม์ ดูนะคะ เบอร์โทร 02-4410602
ธีรนุช   
Wed 5 Sep 2012 16:45 [7]
 

ได้เข้ามาอ่านด้วยความบังเิอิญค่ะ อ่านไปอ่านมาซึ้งใจเลยอ่านจบจบเลย ขอชื่นชมคุณพ่อและคุณแม่น้องปริมที่มีกำลังใจเข้มแข็งมากค่ะ ทำให้รู้สึกว่าปัญหาการเลี้ยงลูกของเราเป็นเรื่องเล็กไปเลยค่ะ และขอเป็นกำลังใจให้น้องปริมด้วยนะคะ
sa_now   
Sun 28 Aug 2011 21:59 [6]
 

นุ่นจ๊ะ ตามอ่านมาเรื่อยๆ นุ่นเขียน Diary ได้สนุกจัง ลี่เข้ามา Post ครั้งแรก น้องปริมในชุดนักเรียนน่ารักจังนะคะ โรงเรียนก็ดูให้การดูแลเด็กดีจังเลย ขอยกนิ้วให้นุ่น Super and Modern Mom ที่ทุ่มเทให้กับลูกสุด ๆ เลยนะคะ ขอให้น้องปริม และน้องปันน่ารักและเป็นเด็กดีสมกับที่คุณแม่ รักม๊ากมากนะจ๊ะ
Lily   
Sun 22 Apr 2007 23:22 [5]

นุ่น สุดยอด เขียนเก่งมากเลย Super คุณแม่
Pae   
Mon 9 Apr 2007 10:34 [4]
 

แวะเข้ามาอ่านแล้วรู้สึกดีมกาๆ เลยค่ะ

รร.นี้ดีนะคะ

เห็นด้วยว่า สำหรับเด็กๆ แล้ว เพื่อนสำคัญที่สุดค่ะ

มาตอบคำถามเรื่องโกลเลียร์นะคะ

โกะว่าชุดแรกก็ดีนะคะ

เค้าจะมีเริ่มตั้งแต่ ง่าย ไปจนถึงยากน่ะค่ะ

เด็กๆ จะได้หัดมีละนิดค่ะ

อะไรที่เห็นว่ายากเกินไป ก็ยังไม่ต้องทำค่ะ

เอาแบบที่พอกระตุ้นลูกเราได้นิดหน่อยค่ะ

ส่วนใหญ่เด็กพิเศษ จะมีความสามารถพิเศษเฉพาะด้าน บางครั้งเก่งกว่าเด็กปกติซะอีก

เพื่อนน้องไอซ์ คนนึงจะเก่งทางด้านภาษามากๆ ค่ะ

สะกดคำเก่งมากๆ เรียนรู้ ทางด้านภาษาได้ดีค่ะ
โกะ   
Mon 9 Apr 2007 10:28 [3]

ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่น้องปริมด้วยคนนะค๊า...
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมกัน...
คุณแม่น้องปริมกำลังใจดีมั่ก ๆๆ
จะเอาเป็นเยี่ยงอย่าง จะเข้มแข็งค่ะ
   
Mon 9 Apr 2007 9:33 [2]

น้องปริมเก่งมากเลยค่ะ แบบนี้ต้องชื่นชมคุณพ่อคุณแม่ด้วยที่หาโอกาสดีๆให้น้องปริม
อป   
Mon 9 Apr 2007 0:38 [1]