วันอังคารที่ 1 เมษายน
วันนี้เป็นวันแรกของการเปิด summer เราก็ประเดิมด้วยการไปสายเหมือนเคย ตอนแรกแม่หลงเข้าใจผิดไปว่าสายไม่มาก พึ่งมารู้ตัวอีกทีว่านาฬิกาในรถช้าไป 15 นาที (เวรเลย 555)
คุณครูคนใหม่ของพี่ปริมคือ คุณครูบรร ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นครูประจำชั้นของหนูด้วย แม่เห็นพี่ปริมก็ผิดหวังเล็กน้อย เพราะอยากอยู่ห้องครูตุ๊กมาก แม่รู้ว่าหนูอยากอยู่เพราะอะไร เพราะว่าครูตุ๊กชอบคุยเล่นทักทาย กอดหอมพี่ปริม พี่ปริมเลยชอบมากกว่าครูคนอื่นๆ แม่เลยต้องอธิบายให้หนูฟังว่าอยู่ห้องครูอะไรก็เหมือนกันหมดถ้าหนูเป็นเด็กดี ทำตัวน่ารัก คุณครูก็รักหนูทุกคนแหละค่ะ จริงมั้ยลูก
ครูบรร คุณครูคนใหม่ของพี่ปริม
สังเกตได้ว่าพี่ปริมนั่งอยู่หลังสุด เพราะว่าไปสาย 555
ส่วนน้องปันก็เป็น pre อ.1 เพราะว่าทางโรงเรียนให้เด็กเล็กเปลี่ยนมาเรียนกับครูประจำชั้นที่จะขึ้นอ.1 แล้วในวันนี้ แม่แอบใจหายเหมือนกัน เพราะครูใจเป็นคุณครูที่น่ารักและใจเย็นมากๆ
pre อ.1 ของน้องปัน
แบบนี้ก็ต้องบ๊าย บายครูใจแล้วใช่มั้ยเนี่ย
พอขึ้นชั้น อ.1 น้องปันก็จะอยู่ห้องครูฝน ซึ่งครูฝนเคยเป็นครูประจำชั้นพี่ปริม 2 ปีซ้อน ตอนชั้นเด็กเล็กและก็ อ.1 ด้วย (ตอนนั้นแอบเคืองครูฝนเล็กน้อย ที่ประเมินพี่ปริมว่าไม่สมควรขึ้นชั้น อ.2 แม่ต้องวิ่งหาครูใหญ่ และก็ครูที่ปรึกษาหลายรอบเลย กว่าพี่ปริมจะได้ขึ้นชั้นอ.2 แล้วพี่ปริมก็ไม่ได้ทำให้แม่และคุณครูทุกคนผิดหวังเลย หนูเก่งมากลูก :) )
ตอนเย็นก่อนไปเรียนบัลเลต์ พี่ปริมก็ได้รับอุบัติเหตุอีกแล้ว พี่หลินเล่าให้แม่ฟังว่า ระหว่างที่พี่ปริมกำลังนั่งถอดถุงเท้าอยู่ ส่วนน้องปันก็กำลังกระโดดโลดเต้นตามประสา น้องปันเกิดกระโดดพลาด มาหกล้มทับพี่ปริมที่กำลังก้มหน้าก้มตาถอดถุงเท้าอยุ่ ทำให้หน้าพี่ปริมพาดลงไปกับพื้นอย่างแรง ทำให้ใต้จมูกของพี่ปริมห้อเลือดแล้วก็มีแผลในปากเนื่องจากโดนฟันกระแทกด้วย แม่จับฟันพี่ปริมดูก็รู้สึกว่ามันโยกเล็กน้อย เลยทำให้แม่รู้สึกไม่ดี รู้สึกว่าหนูโชคร้ายตลอดเวลา
ถึงเจ็บแค่ไหน พี่ปริมก็ยังยิ้มได้เสมอ
เก่งมากลูกแม่
น้องปันก็เป็นเด็กที่น่ารักมาก เห็นพี่ปริมเจ็บตัวร้องไห้ ก็รีบเข้ามาขอโทษแล้วก็กอดพี่ปริมใหญ่เลย แม่ไม่โกรธน้องหรอกค่ะ เพราะแม่รู้ว่าน้องไม่ได้ตั้งใจนะคะ :)
ตอนไปเรียนบัลเล่ต์น้องปันเลยมานัวเนีย อ้อนแม่เป็นพิเศษ น้องคงเข้าใจว่าแม่โกรธน้อง ทั้งๆที่แม่ก็บอกน้องแล้วว่าแม่ไม่ได้โกรธ แต่ว่าแม่กำลังรู้สึกแย่ที่พี่ปริมเจ็บตัวตลอดเวลา แม่สงสารพี่ปริมจังลูก
ตอนเย็น เพื่อเป็นการทำลายบรรยากาศมาคุ ซึ่งเกิดจากแม่เอง แม่ขอโทษนะคะ แม่ก็ไม่ได้ตั้งใจเหมือนกัน ป๊าเลยพาไปทาน Fuji เอาใจเด็กๆ
วันพุธที่ 2 เมษายน
วันนี้วันเกิดน้าหนุ่ม แต่แม่ก็วุ่นๆทั้งวันเลยลืมโทรไป HBD ได้ซะเนี่ย ทั้งๆที่ในใจก็นึกได้หลายครั้งเลยว่าอย่าลืมโทรไปนะ แต่มานึกได้ครั้งสุดท้ายก็หลังเที่ยงคืนไปแล้ว ก็เลยไม่ได้โทรในที่สุด
น้าหนุ่มเป็นน้องคนนึงที่แม่ภูมิใจมาก เพราะว่าตอนนี้ชีวิตน้าหนุ่มดีมากกว่าแต่ก่อนเยอะเลย แม่แอบเสียดายที่คุณตาไม่มีโอกาสได้เห็นวันที่น้าหนุ่มประสบความสำเร็จแบบนี้ จริงๆก็อีกไม่กี่เดือนเอง แต่คุณตาก็ไม่มีโอกาสนั้น ตอนเด็กๆน้าหนุ่มเป็นเด็กที่เรียนไม่เก่ง แม่ว่าอาจเป็นเพราะว่าโดนบังคับให้เรียนในสิ่งที่ไม่ชอบ ตอนอยู่อัสสัมก็เกรดไม่ค่อยดี มาอยู่โรงเรียนเตรียมก็ทำแต่กิจกรรม แต่แล้วพอเรียนจบมหาวิทยาลัยมาก็หาตัวเองจนเจอว่าเหมาะกับอะไร มาในวันนี้แม่ภูมิใจในตัวน้าหนุ่มที่สุดเลย :)
วันนี้เด็กๆไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่แม่กับป๊าไปตามเก็บหนังสือที่งานสัปดาห์หนังสืออีกรอบนึง วันนี้ได้มาเพียบ (แอบสงสัยว่าจะเก็บไว้ที่ไหนดีเนี่ย)
ปันและผองเพื่อน :)
วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน
วันนี้ไปไหนไม่ได้เพราะอาม่าบอกว่ามีไหว้อีกแล้ว ตามประสาลูกสะใภ้ที่ดี อาม่าว่าไงก็ว่างั้น
ตอนเย็นพี่ปริมไปเรียนเปียโน เรียนเสร็จบอกแม่ว่าวันนี้อยากกิน MK (ดูซิลูก request แต่ละอย่างไม่สงสารแม่เล้ย) ป๊าก็ตกลงเพราะว่าถ้าไปทาน MK เด็กๆจะได้ทานผักเยอะๆ แต่พี่ปริมเรื่องมาก อยากให้โกวเล็กกับอาม่ามากินด้วย ป๊าเลยต้องออกจาก Central กลับมาบ้านเพื่อมารับอาม่ากับโกวเล็กเลย สรุปเลยได้กิน MK สาขาใกล้บ้านแทน แถมอาม่าไม่อยู่อีกด้วย
วันศุกร์ที่ 4 เมษายน
วันนี้ว่าจะออกไปซิ่งแต่ว่าอาม่าสกัดดาวรุ่งอีกแล้ว บอกว่ามีไหว้อีก แม่หละงงว่าทำไมไหว้หลายครั้งจัง นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วนะเนี่ย แต่ว่าวันนี้แม่กับป๊ามีธุระที่บริษัทจริงๆ เลยแวะไปบริษัทก่อน แล้วแอบไปซื้อยาที่ศิริราชให้อากงหน่อย ขึ้เกียจออกหลายที และแล้วอาม่าก็โทรมาตามจนได้ ป๊าเลยซิ่งกลับบ้านไปไหว้อีกรอบ เหนื่อยเลย
ตอนบ่ายรับเด็กๆเสร็จก็ตรงไป Jumping Clay เลย เห็นจากไดน้ากบ กะน้าปุก ก็เกิดความสงสัยว่าทำไมเค้าถ่ายรูปกันมาได้ หรือเป็นเพราะว่าเราเรียนที่สาขาใหญ่ เลยถ่ายไม่ได้หว่า แต่ไม่เป็นไร จะหมดเล่มแล้ว เอาไว้ค่อยมาถ่ายเก็บที่บ้านก็ได้
วันนี้แม่ออกแนวหดหู่เพราะว่าตอนเช้าได้รับโทรศัพท์แจ้งจากโรงเรียนที่เปิดโครงการรับเด็กพิเศษเข้าเรียน แล้วแม่ไปสมัครให้พี่ปริมไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อน ใจจริงแม่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย เพราะยังไม่แน่ใจว่าพี่ปริมจะสามารถเรียนได้มั้ย แต่แม่ไม่อยากทำลายโอกาสถ้าเกิดว่าพี่ปริมจะมีดวงได้เข้าเรียนที่นี่
ก่อนไปสมัครแม่ก็ปรึกษากับป๊า ซึ่งแน่นอนป๊าไม่เห็นด้วยในตอนแรก เพราะเรามีโรงเรียนในฝันกันไว้แล้ว แต่ในที่สุดแม่ก็มีเหตุผลไปสมัครจนได้ วันที่ไปสมัครแม่ก็แอบหวังไว้เล็กๆว่าพี่ปริมอาจจะได้กับเค้าบ้าง เพราะเค้ารับ 20 คน และมีคนมาสมัครแล้ว 8 คน แม่คุยกับเจ้าหน้าที่ที่รับเอกสารว่ามีแนวโน้มในการรับเด็กอย่างไร เพราะในใบสมัครเขียนไว้ว่ารับ 2 ประเภท คือบกพร่องทางการเรียนรู้ กับบกพร่องทางสติปัญญา ซึ่งพี่ปริมเป็นอย่างหลัง
เจ้าหน้าที่บอกแม่ว่า ปีนี้เปิดเป็นปีแรก เน้นรับเด็ก Autistic กับ LD แค่ได้ฟังแค่นี้แม่ก็รู้ตัวแล้วว่าไม่ได้ แม่กลับมาเล่าให้ป๊าฟัง ป๊าบอกว่ามันแน่นอนอยู่แล้วที่ไม่มีใครอยากได้เด็กดาวน์ เพราะว่ามันไม่สามารถพัฒนาเด็กให้เกิดเป็นผลงานได้ เด็กดาวน์ไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นเหมือนเด็ก Autistic กับ LD ซึ่งจะมีความสามารถโดดเด่นมากในบางเรื่อง แต่แม่ก็แอบหวังเล็กๆ (เล็กๆจริงๆนะ)
พอเมื่อเช้า มีคนโทรมาจากที่นั่น บอกแม่ว่าพี่ปริมของแม่ไม่เข้าข่ายเด็กที่ต้องการในปีนี้ แม่พูดไม่ออกเพระว่าน้อยใจที่ไม่เปิดโอกาสให้เด็กแบบพี่ปริมเข้าเรียนด้วยเลย ไม่ให้แม้กระทั่งโอกาสที่จะเรียกไปทดสอบ คิดแค่นี้แม่ก็ท้อใจแล้ว แม่ได้แต่ถามเค้าว่า แล้วมีโอกาสจะเปิดรับเด็กดาวน์บ้างมั้ย เค้าตอบแม่ว่า คงยังไม่ 2-3 ปีนี้แน่ๆ (ป่านนั้นพี่ปริมก็เลยอายุที่จะสามารถสมัครได้ไปแล้ว)
วันนี้แม่เลยหดหู่ทั้งวัน ไม่ได้ผิดหวังว่าปริมสอบไม่ผ่าน แต่รู้สึกว่าการที่หนูเป็นดาวน์นี่ทำให้หนูต้องลำบากในการใช้ชีวิตจริงๆ ทั้งๆที่หนูเป็นเด็กดีไม่ว่าไปเรียนที่ไหนหนูก็ทำตัวน่ารัก มีมารยาท รักคุณครูทุกคน แต่ทุกที่ก็ไม่อยากที่จะรับหนูเข้าเรียน ได้แต่บอกว่าให้ไปเรียนโรงเรียนสำหรับคนปัญญาอ่อน ซึ่งแม่ก็ไม่ได้รังเกียจ แต่เท่าที่แม่และป๊าดูแล้วหนูสามารถเรียนร่วมกับเด็กปกติได้ซึ่งจะทำให้หนูสามารถช่วยตัวเองให้อยู่ในสังคมได้ดีกว่า
การหาโรงเรียนที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัยกับหนูเป็นสิ่งที่แม่รู้สึกเหนื่อยมากเพราะหนูไม่สามารถที่จะไปสอบเข้าที่ไหนได้ ต้องอาศัยว่าจะมีโรงเรียนไหนที่มีบุคลากรพร้อมที่จะสอนหนูแทน ป๊าก็พยายามบอกแม่ว่าเราต้องยอมรับในสิ่งที่เราเป็น เพราะคนเราเกิดมาย่อมไม่เท่าเทียมกันตั้งแต่เกิดแล้ว บางสิ่งเราก็มีโอกาสมากกว่าคนอื่น บางสิ่งเราก็ต้องยอมรับในการมีโอกาสน้อยกว่าคนอื่นด้วย แต่คนเป็นแม่ย่อมที่จะพยายามหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกอยู่แล้ว
ยังไงแม่ก็จะพยายามต่อไปนะลูก ไม่มีคำว่าท้อกับเหนื่อยใช่มั้ยลูก แม่รักหนูนะคะ :)
วันเสาร์ที่ 5 เมษายน
วันนี้แม่บอกไม่ให้พี่หลินลาอาทิตย์นี้ เพราะว่าช่วงสงกรานต์พี่หลินจะหยุดยาวเลย ขอให้แม่ได้สบายก่อนเหนื่อยได้มั้ย พี่หลินก็เลยสนองด้วยการไม่กลับบ้านคืนนี้ แต่กลับเช้าวันอาทิตย์แทน ฮ่วย นึกว่าจะไม่หยุดเพื่อเราได้
เรียนครูเพยที่ BI เสร็จ ก็ซิ่งไป Central ชิดลมซื้อ Mos burger ทานเป็นอาหารกลางวัน (ขอบอกว่าระหว่างที่พี่ปริมเรียนกับครูเพยอยู่ แม่ก็แอบไปชิดลมมาแล้วรอบนึง เพราะว่านึกได้ว่าช่วงใกล้ๆนี้มีวันเกิดเด็กๆหลายคน นับนิ้วได้ประมาณ 5 เลยต้องไปเดินหาของซะหน่อย แต่ซื้อมาได้แค่ 3 อีก 2 รอก่อน เดี๋ยวทุกคนเผลอ จะไปใหม่ 555)
ไปบ้านคุณยาย วันนี้อยู่กันครบเลย แม่เลยนั่งๆนอนๆเม้ากับคุณยายและก็น้าๆหนู เลยเกิดความอิจฉาอย่างรุนแรงที่น้าหนุ่มจะไป San Fran ตั้งอาทิตย์นึง ส่วนน้าแนนยิ่งกว่านั้น คุณเธอจะไป LA San Fran Vegas ยาวโลด 2 อาทิตย์ (มันไม่ต้องทำงานทำการกันรึไงเนี่ย ฮ่วยอีกที)
ตอนเย็นเลยชวนทุกคนไปทานอาหารจีนใกล้บ้าน China Place ใกล้วิชัยยุทธ 3 ดีใจที่ทุกคนชมว่าร้านนี้อร่อยทุกอย่าง แม่เลยยืดประหนึ่งเป็นผู้บุกเบิกเลย 555
เสื้อที่แม่ใส่วันนี้ก็มาจากร้านของน้าหนุ่ม
แม่ดีใจที่น้าหนุ่มจะเปิดร้านใหม่อีกครั้ง อิอิ
เห็นว่าจะเปิดกรกฎาคมนี้
แม่จะมีเสื้อสวยๆใส่แล้ว 555 ดีใจ
Yummy !
เด็กๆแจกจุ๊บให้น้าหนุ่ม
ของขวัญวันเกิดย้อนหลัง
4 สาว
ครอบครัวของเรา
เด็กๆกับป๊า
วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน
วันนี้พี่หลินจัดการเด็กๆตอนเช้าเสร็จแล้วค่อยกลับบ้าน (ยังดีที่มีน้ำใจช่วยก่อนไป แต่แม่ไม่อยากคิดเลย สงกรานต์พี่หลินลายาว นึกแล้วสยอง)
วันนี้พี่ปริมไปฝึกพูดครูอัญญาพร เรียนเสร็จคุณครูบอกว่าอาทิตย์หน้าหยุดเที่ยวสงกรานต์นะคะ แต่ว่าบ้านเราไม่มีแพลนไปไหน เพราะว่าไม่ชอบคนเยอะ เลยตุนไปเที่ยวหัวหินตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว อิอิ
รักลูกมากมาย
แม่จ๋าเอง
น้องอุ้ม เสียดายจัง พี่ไปช้า 1 วัน ไม่งั้นเราต้องเจอกันแน่ๆ ตามร้านอาหาร ไม่ร้านใดก็ร้านนึงนะ
อ้อ บอกเค้าเลยจ้า ว่าเอาโซนติดสระว่ายน้ำ
พี่แก้ว สั่งอาหารแบบนี้ตลอดไงพี่ ช่วงนี้เลยทำน้ำหนักดีเหลือเกิน 555
mj ใช่ ไอติมร้านนี้ เค้าเรียกร้านไอติมเก้าอี้ดนตรี ใครนั่งนานโดนค้อนค่ะ 555
คุณเอ๋ พอเถอะโยมจริงๆ ใกล้คลอดแล้วอย่าซิ่งมาก อิอิ
พี่แหม่ม sinat ขอให้ได้ไปสูดโอโซนให้เต็มปอดเลยนะคะ (ขอห้อยท้ายไปด้วยนะ 555)
คุณแหม่ม amimi ก็ชุด amimi น่ารักทุกตัวนิคะ เลยได้ใส่บ่อย :) ถ้าจะออกบูธอีก เรียกด้วยนะคะ ชอบจริงๆค่ะ
คุณ poon ชุดว่ายน้ำของ old navy ค่ะ ฝากเพื่อนส่งมาให้จาก usa ส่วนหมวกซื้อ Central ชิดลมค่ะ ที่ชิดลมชุดว่ายน้ำเด็ก style นี้ก็เยอะนะคะ ลองไปดูได้ค่ะ
คุณแฟน(ไม่แสดงตัว) ร้านไก่โกศล อยู่ตรงถนนเลียบสถานีรถไฟค่ะ รั้วของร้านจะเป็นต้นไม้เยอะๆ หน้าร้านจะมีร้านขายลูกตาลเชื่อมเป็นแผงเล็กๆอยู่ค่ะ ถ้าจะไปต้องไปเร็วนิดนึง เพราะว่าคนเยอะมากค่ะ ไปช้าไปก็อาหารหมด ส่วนแสงไทยซีฟู๊ด ซ. หัวหิน 55 ค่ะ ตรงเข้าไปสุดทางเลย
คุณปุก คุณเหมียว เที่ยวให้สนุกนะคะ เดี๋ยวนุ่นไปอีกที่ 18-20 เมษา กับ 4-6 พค ค่ะ5555
น้องส้ม เฉียดกันนิดเดียวเอง
น้องจอย พี่ก็ว่างั้น ยังดีที่รถเสียในกรุงเทพ ดีกว่าออกไปเสียกลางทางเนอะ
พี่น้อง ข้าวเหนียวมะม่วงป้าเจือ อร่อยที่ข้าวเหนียวเลยค่ะ จริงๆถ้าร้านนี้คนเยอะเกิน รอไม่ไหว นุ่นจะมีร้านสำรองค่ะ ที่ร้านมีชัยตรงข้ามตลาดค่ะ
ตูนแอกกี้ เดินทางปลอดภัยนะคะ กลับมาคราวหน้า หวังว่าจะไม่โอกาสเจอกันนะคะ
คุณ fandi ไม่แสดงตัว อัพไดแล้วนะคะ อยากบอกว่าที่ลุกขึ้นมาอัพไดทั้งๆที่ยังเซ็งอยู่ ก็เพราะ comment นี้เลยค่ะ :)
น้องขิม น้องไท ของให้เที่ยวให้สนุกเหมือนกันค่ะ พี่ถามน้องชงแล้วน้องชงบอกว่าน้องขิมเป็นลูกค้ารายล่าสุดของมันเลย :)
มด อัพแล้วจ้า ดึกไปหน่อยเท่านั้นเอง
เอาแผนที่ร้านอาหารที่หัวหินมาฝากค่ะ สำหรับคนที่อยากลอง :)
ขออนุญาตและขอบคุณคุณน้องเล็ก 80 ที่เอามาแปะใน onnashop นะคะ เลย copy มาซะเลย