วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม
ต่อจากเมื่อวาน
หลังจากสลบไสลกันทั้งพ่อ แม่ ลูก (ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้ทำอะไรกับเค้าเล้ย เพียงแต่ตื่นเช้ากว่าปกติ ครอบครัวตัวดำก็เดี้ยงซะแล้ว 555) ตอนเช้าก็ต้องรีบออกจากบ้าน เพื่อพาพี่ปริมไปหาหมอประยุทธ วันนี้พี่ปริมมีนัดทำความสะอาดหูอีกครั้ง (จะว่าไปก็เรียกว่าไปดูดขี้หูที่เหลือนั่นแหละ)
ทำเวลาได้ดีมาก ถึงรพ ตรงเวลาพอดี วันนี้รอไม่นานก็ได้เข้าหาคุณหมอ คุณหมอก็ก้มๆเงยๆจัดการกับขี้หูพี่ปริมแป๊บนึงก็เสร็จ (วันนี้ท่าทางไม่มาก เพระว่าคุณหมอเหงื่อไม่แตก ฮา) แล้วก็เข้าสู่ process การตรวจหูตามปกติ
ก่อนเข้าห้องตรวจ ยังร่าเริงอยู่
ตอนออกมา หมดอารมณ์แล้ว 555
ผลการตรวจคุณหมอบอกว่า รู้สึกว่าหูชั้นกลางข้างซ้ายพี่ปริมจะมีปัญหา เพราะว่าแก้วหูถูกดูดเข้าไปตามแรงดันระหว่างหูชั้นนอกกับชั้นกลาง
ถ้าจะอธิบายให้หนูเข้าใจนะ ในหูคนเราจะมีแก้วหูกั้นระหว่างหูชั้นในกับชั้นนอก ซึ่งจะมีแรงดันทั้งสองฝั่งที่ทำให้แก้วหูอยู่ได้ พอพี่ปริมไม่สบาย ก็จะทำให้ท่อที่ต่อระหว่างหูชั้นกลางกับจมูก (คอ) เกิดตีบ ทำให้อากาศไหลผ่านไม่สะดวก แรงดันระหว่างหูชั้นนอกกับชั้นกลางเลยไม่เท่ากัน ทำให้แก้วหูถูกดูดไปด้านใน
เพื่อความแน่ใจ คุณหมอเลยส่งตรวจกับเครื่องตรวจการได้ยินเลย ผลคือ หูข้างขวาปกติ ใช้ความดังเพียง 10 dB ก็ได้ยินแล้ว แต่ข้างซ้ายที่มีปัญหาต้องใช้เสียงถึง 40 dB (คนปกติใช้ 0-25 bB)
คุณหมอบอกว่าพี่ปริมสูญเสียการได้ยินระดับกลาง (แต่แม่ใจแป้วไปถึงไหนแล้ว) แต่ว่ารักษาได้ ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายจะตอบสนองกับยาได้ดีแค่ไหน เฮ้อ วันนี้เลยได้ยาพ่นจมูกมา แบบ super แพง แต่แพงแค่ไหน แม่ก็ไม่สน ขอให้ยาดี แล้วทำให้พี่ปริมดีขึ้น เท่าไหร่เท่ากัน (ที่ต้องพ่นทางจมูกก็เพราะว่า หยอดไม่ได้ ยาไม่สามารถเข้าไปถึงหูชั้นกลางได้ เลยต้องพ่นผ่านจมูกเอา) แล้วอาทิตย์หน้ามาดูใหม่
สาเหตุ อาจเกิดจากการสำลักน้ำผ่านทางปากหรือจมูก ไม่ได้เกิดจากการที่น้ำเข้าหู หรือไม่ก็เกิดจากการที่เป็นหวัดนาน แล้วเรื้อรัง (แม่ๆทั้งหลายต้องระวังให้มากๆนะคะ เพราะว่าเกิดได้ทั้งเด็กปกติทั่วไปเลย)
ทานข้าวกลางวันเสร็จก็รีบพาเด็กนอนกลางวัน เพราะว่าตอนเย็นมีงานเลี้ยงซึ่งเลิกดึกแน่ๆ เด็กๆนอน ส่วนแม่ไปเสริมสวย (ทำผม)
ที่ร้านทำผม แอบถามช่างว่าอยากตัดผมม้าจะดีมั้ย ช่างมองหน้าแล้วคิดนานมากก่อนบอกว่า เอาไว้ก่อนนะ อย่าพึ่งเลย 555 อดเลย
ตอนเย็นเพื่อชดเชยที่เมื่อวานไปเกือบไม่ทัน เราเลยไปตั้งแต่ไก่โห่เลย 5.30 ก็ถึงงานแล้ว
ที่เหลือดูได้จากรูปเหมือนเดิม (ตอนนี้ขี้เกียจตัวเป็นขนอยู่ค่ะ)
Theme ของงานเป็นทะเล กับสีฟ้าขาว
วันนี้เรามาถึงเร็ว เลยได้มีโอกาสเก็บภาพบรรยากาศก่อน
งานเลี้ยงเป็นแบบ cocktail
ไม่เหมือนตอนสมัยแม่ที่อาม่าบอกว่า ต้องโต๊ะจีนเท่านั้น
วงดนตรีที่แม่หามาให้เจ็กวิท
มาถึงก่อน เลยได้ถ่ายรูปเล่นกันก่อน
ป๊าบอกว่าตามสบายเลย แขกยังไม่มา บ่าวสาวก็ยังไม่ลงมาด้วย
แม่เลยได้โอกาสเนียน 555
อีกหน่อย นานๆจะได้แต่งตัวแบบนี้ซะที
รักจังคนนี้ :)
รูปครอบครัว
จาก comment ไดหน้าที่แล้วที่บอกว่าป๊ากับเจ็กหน้าเหมือนกันมาก
โปรดสังเกตฝั่งซ้ายมือ
แม่ว่าเหมือนกันยกแก๊งค์ กร๊าก
(จะโดนเฉดหัวออกจากบ้านมั้ยเนี่ย)
หมายเหตุ: ที่งานแต่งงานมีคนมายืนมองหน้าป๊า แล้วถามว่า "จำกรูไม่ได้เหรอ" ป๊าก็งง เพราะว่าไม่รู้จัก เลยถามเค้าว่าเพื่อนวิทรึเปล่า ถ้าใช่ วิทยังไม่ลงมาครับ 555 แม่ขำมาก เอาไปเล่าให้เจ็กฟัง เจ็กยังบ่นเลยว่าเหมือนขนาดนั้นเลยเหรอ
เจ็กวิท กะ อานุช
แม่ชอบรูปนี้จัง ดูเป็นธรรมชาติดี
Love Love
เจ้าสาวกำลังจะโยนช่อดอกไม้
ที่งานแม่ก็ไม่มี ขืนโยนคงลงอาหารหมด
กรี๊ด อยากโยนบ้าง
แก๊งค์ 3 ซ่า
น้าแนน กับ น้าโน้ต ซิ่งมาจากที่ทำงาน เลยมาทั้งชุดนี้เลย
หลานๆ generation ใหม่ ของตระกูลนี้
มีแค่ชายเดียว
ว่างๆก็ถ่ายรูปเล่นกันเอง 555
พอเวทีว่าง พี่ปริมก็ขึ้นไปโชว์บัลเล่ต์
งานรวมญาติ มีทั้งแฝด 2 และ แฝด 4
เวลาผ่านไปเร็วมาก
แม่จำได้ว่าตอนงานแต่งงานแม่ เฮียกร กับพี่กำไล ยังเป็นเด็กตัวจิ๋วอยู่เลย
มาวันนี้สูงปรี๊ดกันหมดแล้ว
แถมยังเรียนเก่งทั้งคู่อีกด้วย
ปิดท้ายด้วยการยกน้ำชา
นี่แม่แก่ถึงขั้นมีคนยกน้ำชาให้แล้ว กร๊าก
จบงานกลับบ้านแบบเท้าระบบ (ดันใส่ส้นสูง) ส่วนเด็กๆก็คึกคักมาก แต่พอหัวถึงหมอปุ๊บก็หลับไปเลย แต่แม่นี่สิ กว่าจะสางปม + ลบเครื่องสำอางค์ออกจากหน้าได้หมด ปาไปตี 1
เฮ้อ ไม่มีซักวันที่จะได้นอนหัวค่ำเลย
รักนะ
แม่เอง
ขอบคุณสำหรับทุกคำอวยพรนะคะ จะส่งผ่านให้เจ็กวิทและอานุชนะคะ
cat คะ บอกนุชให้แล้วนะคะ :)